(https://img2.pic.in.th/article209-dec25.jpg)
ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวล้ำไปอย่างรวดเร็ว การเตรียมตัวเป็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การเลือกซื้อของใช้เด็กอ่อนหรือการหาโรงพยาบาลสำหรับคลอดเท่านั้น แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญและถือเป็นก้าวแรกของการสร้างครอบครัวที่มีคุณภาพคือ "การคัดกรองสุขภาพของทารกในครรภ์" โดยเฉพาะเรื่องของโครโมโซม ซึ่งนวัตกรรมที่ถูกพูดถึงมากที่สุดและพ่อแม่มือใหม่ต้องศึกษาให้เข้าใจคือการตรวจ NIPT (Non-Invasive Prenatal Testing) nipt test Thailand (https://www.nggthailand.com/article/209//) NIPT คือการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์จากการเจาะเลือดคุณแม่ โดยอาศัยหลักการที่ว่าในระหว่างการตั้งครรภ์จะมีเศษดีเอ็นเอของทารก (Cell-free DNA) ปะปนอยู่ในกระแสเลือดของคุณแม่ เมื่อนำเลือดไปตรวจวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง จะทำให้ทราบถึงความเสี่ยงที่ทารกจะมีภาวะผิดปกติทางโครโมโซม เช่น ดาวน์ซินโดรม (Trisomy 21), เอ็ดเวิร์ดซินโดรม (Trisomy 18) หรือพาทัวซินโดรม (Trisomy 13) รวมถึงสามารถทราบโครโมโซมเพศได้อย่างแม่นยำตั้งแต่อายุครรภ์เพียง 10 สัปดาห์
เหตุผลสำคัญที่พ่อแม่มือใหม่ต้องศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง ประการแรกคือเรื่อง "ความปลอดภัย" ในอดีตการตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซมมักต้องใช้วิธีการเจาะน้ำคร่ำ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการแท้งบุตรแม้จะน้อยมากก็ตาม แต่การตรวจ NIPT นั้นมีความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์เป็น "ศูนย์" เพราะใช้เพียงการเจาะเลือดบริเวณข้อพับแขนของคุณแม่เหมือนการตรวจสุขภาพทั่วไป ทำให้ลดความกังวลใจและความเครียดของคุณแม่ไปได้อย่างมหาศาล ประการต่อมาคือ "ความแม่นยำ" การตรวจ NIPT มีความแม่นยำในการคัดกรองภาวะดาวน์ซินโดรมสูงถึงกว่า 99% ซึ่งสูงกว่าการตรวจคัดกรองด้วยวิธีเดิมๆ เช่น การตรวจวัดความหนาของต้นคอทารก (NT) ร่วมกับการเจาะเลือดตรวจค่าน้ำตาลและโปรตีน (Quad Screen) การมีความแม่นยำสูงช่วยลดโอกาสการเกิดผลบวกลวง (False Positive) ซึ่งจะนำไปสู่การต้องเจาะน้ำคร่ำโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ พ่อแม่ยุคใหม่มักแต่งงานและมีบุตรเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งอายุของคุณแม่ที่เกิน 35 ปีขึ้นไปเป็นปัจจัยเสี่ยงโดยตรงต่อความผิดปกติของโครโมโซมลูก อย่างไรก็ตาม ความผิดปกติเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคุณแม่ทุกช่วงวัย การศึกษาเรื่อง NIPT จึงไม่ใช่เรื่องเฉพาะของคุณแม่วัยเสี่ยงเท่านั้น แต่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่คุณแม่ทุกคนควรได้รับทราบข้อมูลเพื่อตัดสินใจ การรู้ผลตั้งแต่อายุครรภ์ยังน้อยช่วยให้ครอบครัวมีเวลาในการเตรียมความพร้อม ทั้งในด้านการศึกษาข้อมูลการดูแลเด็กพิเศษ การเตรียมค่าใช้จ่าย หรือการวางแผนการรักษาในกรณีที่สามารถทำได้ ข้อควรระวังที่พ่อแม่ต้องเข้าใจคือ NIPT คือ "การตรวจคัดกรอง" (Screening Test) ไม่ใช่ "การตรวจวินิจฉัย" (Diagnostic Test) หมายความว่าหากผลออกมามีความเสี่ยงสูง (High Risk) แพทย์จะแนะนำให้ตรวจยืนยันด้วยการเจาะน้ำคร่ำเสมอ การเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้พ่อแม่ไม่ตื่นตระหนกจนเกินไปและสามารถพูดคุยกับแพทย์ได้อย่างเข้าใจ