ช่างซ่อมบำรุงอาคาร: ซ่อมแซมผนังหลัง น้ำท่วมบ้าน คืนชีพผนังบ้านให้กลับมาสวยเนี้ยบ ปลอดภัย ไร้เชื้อรา!หลังจากสถานการณ์น้ำท่วมบ้านผ่านพ้นไป นอกจากการทำความสะอาดคราบโคลนและข้าวของเครื่องใช้แล้ว สิ่งที่สร้างความปวดหัวและทำให้เจ้าของบ้านหลายคนต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ก็คือ "สภาพผนังบ้าน" ใช่ไหมล่ะครับ?
เดินสำรวจรอบบ้านทีไรเป็นต้องกุมขมับ เพราะผนังปูนที่เคยสวยงามกลับกลายเป็นแหล่งสะสมความชื้น สีพองลอกล่อน ผนังหลุดร่อนเป็นแผ่นๆ และที่น่ากลัวที่สุดคือ "คราบเชื้อราสีดำ" ที่เริ่มลุกลามส่งกลิ่นอับชื้นชวนป่วย หลายคนจึงเริ่มเครียดและตั้งคำถามขึ้นมาในใจว่า เราจะมีขั้นตอนการ ซ่อมแซมผนังหลัง น้ำท่วมบ้าน อย่างไรดี ถึงจะถูกต้องตามหลักช่าง และทำให้บ้านกลับมาปลอดภัยน่าอยู่เหมือนเดิม?
วันนี้เราได้รวบรวมขั้นตอนและแนวทางการซ่อมแซมผนังบ้านหลังน้ำลดแบบจัดเต็มทุกขั้นตอน มาติดตามอ่านกันเลยครับ!
ทำความเข้าใจความเสียหาย: ทำไมผนังบ้านถึงพังยับเยินหลังน้ำท่วม?
ก่อนจะลงมือซ่อมแซม เรามาทำความเข้าใจกันก่อนครับว่า น้ำท่วมขังส่งผลกระทบอะไรกับผนังบ้านของเราบ้าง?
เมื่อน้ำท่วมสูงและแช่ขังเป็นเวลานาน ผنةปูนจะทำหน้าที่เสมือนฟองน้ำยักษ์ที่ดูดซับความชื้นและน้ำไว้เต็มความหนา เมื่อน้ำลดลงและความร้อนจากแสงแดดภายนอกปะทะกับความชื้นที่อยู่ข้างใน จึงเกิดแรงดันน้ำดันให้สีทาบ้านพองตัว ปูนฉาบเกิดการหลุดร่อน และกลายเป็นสภาพผนังช้ำน้ำที่เปราะบาง พร้อมกับเชื้อราที่เจริญเติบโตได้ดีในที่อับชื้นครับ
4 ขั้นตอนสำคัญ: วิธีซ่อมแซมผนังหลังน้ำท่วมแบบมืออาชีพ
หากต้องการให้ผนังกลับมาสวยเนียนและปลอดภัยในระยะยาว ห้ามรีบทาสีทับเด็ดขาดนะครับ! ให้ทำตาม 4 ขั้นตอนการซ่อมแซมเหล่านี้:
1. รอให้ผนังแห้งสนิท (ขั้นตอนนี้ห้ามใจร้อนเด็ดขาด!)
หัวใจสำคัญที่สุดของการซ่อมผนังหลังน้ำท่วมคือ "ความแห้ง" ครับ หลังจากน้ำลด ห้ามรีบซ่อมแซมทันที ควรเปิดหน้าต่าง ประตู และใช้พัดลมเป่าช่วยเร่งการระบายอากาศอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ (หรือใช้เครื่องวัดความชื้นตรวจสอบให้แน่ใจว่าความชื้นในผนังลดลงต่ำกว่า 14%) หากรีบซ่อมตอนผนังยังชื้น สีใหม่ที่ทาลงไปจะหลุดร่อนซ้ำซ้อนอย่างรวดเร็ว
2. ขูดลอกสีเดิมและปูนฉาบที่เสียหายออกให้หมด
ใช้เกรียงเหล็กขูดสีที่พองล่อน ปูนฉาบที่ร่วนซุย หรือจุดที่มีเชื้อราออกให้หมดจดจนถึงเนื้อปูนเดิมที่แข็งแรง หากพบเชื้อรา ให้ทาน้ำยากำจัดเชื้อรา (Fungicide) ให้ทั่วบริเวณแล้วทิ้งไว้ให้แห้งสนิท เพื่อฆ่าสปอร์เชื้อราที่ฝังรากลึกไม่ให้กลับมาเติบโตอีก
3. ฉาบซ่อมแซมผิวผนังให้เรียบเนียน
สำหรับรอยแตก รอยร้าว หรือจุดที่ปูนหลุดร่อน ให้ใช้ปูนฉาบซ่อมแซมผนังหรือปูนฉาบแต่งผิวบางฉาบซ่อมแซมให้เรียบเสมอกับผนังเดิม ขัดกระดาษทรายให้เรียบเนียนเสมอกัน ปัดฝุ่นออกให้สะอาด
4. ทาน้ำยากันความชื้น (Primer) และทาสีใหม่
ก่อนทาสีจริง ให้ทา "น้ำยารองพื้นปูนทนความชื้นสูง หรือสีรองพื้นปูนเก่ากันความชื้น" จำนวน 1-2 รอบ เพื่อสร้างฟิล์มป้องกันความชื้นที่อาจหลงเหลืออยู่ใต้ผนังไม่ให้ดันตัวขึ้นมาทำลายฟิล์มสี จากนั้นจึงทาสีจริงทับตามความต้องการ ผนังบ้านก็จะกลับมาสวยสดใสไร้รอยด่างอีกครั้ง!
ข้อควรระวังด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยในครอบครัว
ในระหว่างขั้นตอนการขูดแซะและซ่อมแซมผนัง ฝุ่นละอองและสปอร์เชื้อราจำนวนมากจะกระจายตัวอยู่ในอากาศ ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจอย่างมาก:
สวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน: ควรสวมหน้ากากอนามัยกรองฝุ่นละเอียด (เช่น N95) แว่นตานิรภัย และถุงมือทุกครั้งที่ลงมือทำความสะอาดหรือขัดผนัง
ดูแลสุขภาพคนในบ้าน: หลีกเลี่ยงไม่ให้เด็กเล็กและผู้สูงอายุเข้ามาในบริเวณกำลังซ่อมแซม จนกว่างานขัดและทาสีจะเสร็จสิ้นและระบายกลิ่นจนหมด